วิธีอ่านข้อมูลออปชัน
22 สิงหาคม 2568 · อ่าน 2 นาที
ตลาดออปชันหุ้นสหรัฐฯ มีสัญญาให้เลือกเยอะมากเป็นล้าน ๆ ตัว จนมือใหม่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน Dime! เลยแก้ปัญหานี้ด้วยการคัดตัวอย่างสัญญาเน้น ๆ 3 สไตล์ ให้ทุกคนเห็นภาพรวมและเลือกแผนที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายที่สุด
คำอธิบายสัญญาทั้ง 3 แบบ
1. สัญญา "เบาเบา" (สัญญาด้านซ้าย)
แผนนี้เปรียบเหมือนการลงทุนที่เน้น "โอกาสสำเร็จสูง"
- เป้าหมายอยู่ใกล้ ราคาหุ้นไม่ต้องวิ่งไปไกลมาก ทำให้มีโอกาสสำเร็จสูงกว่าแผนอื่น
- แลกกับผลตอบแทนที่น้อยลง เพราะความเสี่ยงต่ำกว่า ผลตอบแทนคาดหวังจึงน้อยกว่าสัญญาอื่น
- ใช้เงินทุนสูงกว่า การจะเข้าแผนที่โอกาสสำเร็จสูงแบบนี้ ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่สูงกว่า
- เหมาะกับใคร ? สาย Play Safe ที่ค่อนข้างมั่นใจว่าหุ้นจะขึ้น แต่อาจจะขึ้นไม่แรงมาก เลยยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ
2. สัญญา "พอไหว” (สัญญาตรงกลาง)
แผนนี้คือจุดสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
- เป้าหมายไกลขึ้นมาหน่อย ราคาหุ้นต้องวิ่งไปอีกระยะหนึ่งซึ่งท้าทายขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้
- ผลตอบแทนน่าสนใจ ด้วยตัวเลขที่สวยงามและจูงใจ
- ใช้เงินทุนน้อย ทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย
- เหมาะกับใคร ? เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับทุกคน หรือคนที่มองหาความสมดุลระหว่างโอกาสทำกำไรและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
3. สัญญา "สุดใจ" (สัญญาด้านขวา)
แผนนี้เปรียบเหมือนการลงทุนสไตล์ "High Risk, High Return" หรือความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสได้รางวัลใหญ่ที่สุด
- เป้าหมายไกลที่สุด ราคาหุ้นต้องพุ่งขึ้นไปเยอะมากถึงจะสำเร็จ ทำให้มีโอกาสสำเร็จน้อยที่สุดใน 3 แผน
- แลกกับผลตอบแทนสูงสุด หากทำสำเร็จ รางวัลก็ใหญ่ที่สุดเช่นกัน
- ใช้เงินทุนน้อยที่สุด เพื่อเปิดโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่
- เหมาะกับใคร ? สาย Aggressive ที่คาดการณ์ว่าหุ้นจะพุ่งแรงมาก ๆ และยอมรับความเสี่ยงที่จะล้มเหลวได้ เพื่อแลกกับโอกาสทำกำไรสูงสุด
หัวใจหลักของการคัด 3 สัญญานี้มาก็คือ Dime! อยากให้นักลงทุน โดยเฉพาะมือใหม่ ได้เห็นภาพการเปรียบเทียบ "ความเสี่ยง-ผลตอบแทน" (Risk-Reward) ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ผ่านตัวอย่างจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกแผนการลงทุนที่ใช่สำหรับตัวเองที่สุดครับ
แนวทางการคัดเลือกสัญญาออปชันตัวอย่างบนแอปพลิเคชัน Dime!
จากการที่แอปพลิเคชัน Dime! ได้พัฒนาระบบคัดเลือกตัวอย่างสัญญาออปชัน จำนวน 3 สัญญามาแสดงผล ในที่นี้จะขอเรียกตามการลักษณะแสดงผลบนแอปพลิเคชันว่า สัญญาเบาเบา สัญญาพอไหว และสัญญาสุดใจ เพื่อให้นักลงทุนที่อาจไม่เคยลงทุนในออปชันมาก่อน ได้เริ่มต้นทำความเข้าใจออปชันและลงทุนได้ง่ายขึ้น และเห็นทางเลือกที่หลากหลายทั้งในด้านราคาและลักษณะความเสี่ยงของออปชัน โดยมีขั้นตอนการคัดเลือกดังขั้นตอนการคัดเลือกตัวอย่างสัญญาออปชันด้านล่าง
แต่ก่อนอื่น เพื่อความเข้าใจที่ครบถ้วนในแนวคิดการคัดเลือกสัญญาออปชัน สิ่งสำคัญคือนักลงทุนควรเรียนรู้และทำความเข้าใจสถานะของสัญญาออปชันต่อไปนี้ ก่อนตัดสินใจเริ่มต้นลงทุน
Out of the Money (OTM)
หรือ สัญญาออปชันที่ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงอยู่ในระดับราคาที่ยังไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ เนื่องจากหากใช้สิทธิ์ไปก็ไม่ได้กำไร
- ในกรณีออปชันคอล คือ ออปชันที่มีราคาใช้สิทธิ์สูงกว่าราคาหุ้นอ้างอิงในปัจจุบัน
- ในกรณีออปชันพุท คือ สัญญาที่มีราคาใช้สิทธิ์ต่ำกว่าราคาหุ้นอ้างอิงในปัจจุบัน
ออปชันสถานะ OTM มักมีราคาพรีเมียมออปชันไม่สูงมาก เพราะออปชันในสถานะ OTM ยังไม่มีกำไรในปัจจุบัน แต่ต้องรอให้ราคาเป็นไปตามที่คาดการณ์จึงจะทำกำไรได้ในอนาคต
In the Money (ITM)
หรือ สัญญาออปชันที่ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงอยู่ในระดับราคาที่สามารถใช้สิทธิ์ได้ โดยหากใช้สิทธิ์ทันที นักลงทุนจะได้กำไร
- ในกรณีออปชันคอล คือ ออปชันที่มีราคาใช้สิทธิ์ต่ำกว่าราคาหุ้นอ้างอิงในปัจจุบัน
- ในกรณีออปชันพุท คือ สัญญาที่มีราคาใช้สิทธิ์สูงกว่าราคาหุ้นอ้างอิงในปัจจุบัน
ออปชันสถานะ ITM มักมีราคาพรีเมียมออปชันสูง เพราะออปชันในสถานะ ITM หากผู้ถือออปชันเลือกใช้สิทธิ์ในปัจจุบัน ก็สามารถทำกำไรได้แล้ว
At the Money (ATM)
หรือ สัญญาออปชันที่ราคาใช้สิทธิ์เท่ากับราคาปัจจุบันของสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอาจพบได้ยากมาก ๆ เนื่องจากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ
ขั้นตอนการคัดเลือกตัวอย่างสัญญาออปชัน
สัญญาพอไหว (สัญญาตรงกลาง)
ระบบจะเลือกออปชันที่มีราคาออปชันสูงที่สุดแต่ไม่เกิน 0.30 USD
เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนสามารถเข้าถึงได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นที่ไม่สูงเกินไป
สัญญาเบาเบา (สัญญาด้านซ้าย)
กรณีที่ 1 หากสัญญาพอไหวอยู่ในสถานะ In the Money หรือ Out of the Money และไม่มีสัญญาอื่นในสถานะ Out of the Money ที่ราคาออปชันสูงกว่าสัญญาพอไหว
ระบบจะเลือกออปชันที่ราคาออปชันสูงกว่าสัญญาพอไหวไป 1 ระดับ
- กรณีออปชันคอล ระบบจะเลือกออปชันคอลที่มีราคาใช้สิทธิ์ต่ำกว่าสัญญาพอไหวไป 1 ระดับ
- กรณีออปชันพุท ระบบจะเลือกออปชันพุทที่มีราคาใช้สิทธิ์สูงกว่าสัญญาพอไหวไป 1 ระดับ
กรณีที่ 2 หากสัญญาพอไหวอยู่ในสถานะ Out of the Money และมีสัญญาในสถานะอื่นในสถานะ Out of the Money ที่ราคาออปชันสูงกว่าสัญญาพอไหว
ระบบจะเลือกออปชันสถานะ Out of the Money ที่ราคาสูงที่สุด
สัญญาสุดใจ (สัญญาด้านขวา)
ระบบจะเลือกออปชันที่มีราคาออปชันต่ำกว่าสัญญาพอไหวไป 1 ระดับ
- กรณีออปชันคอล ระบบจะเลือกออปชันคอลที่มีราคาใช้สิทธิ์สูงกว่าสัญญาพอไหวไป 1 ระดับ
- กรณีออปชันพุท ระบบจะเลือกออปชันพุทที่มีราคาใช้สิทธิ์ต่ำกว่าสัญญาพอไหวไป 1 ระดับ
กระบวนการคัดเลือกสัญญาออปชันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดกรองสัญญาออปชันที่มีอยู่จำนวนมาก ให้เหลือตัวอย่างเพียง 3 สัญญาที่มีราคาออปชัน ลักษณะความเสี่ยง และสถานะ (ITM หรือ OTM) แตกต่างกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบ และทำความเข้าใจภาพรวมเบื้องต้นของการเคลื่อนไหวราคาออปชันที่ราคาใช้สิทธิ์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยยึดหลักความโปร่งใสและคำนึงถึงประโยชน์ของนักลงทุนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การแสดงผลตัวอย่างสัญญาออปชันทั้ง 3 สัญญานี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้เป็นการชี้นำให้ซื้อหรือขายสัญญาใด ๆ ผู้ลงทุนจำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของออปชันแต่ละสัญญา กลไกการกำหนดราคา รวมถึงปัจจัยด้านเวลาและความผันผวน เงื่อนไขผลตอบแทน ปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด และประเมินความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้อย่างถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ